2007/Aug/23

การจำแนกสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรสัตว์

ในอาณาจักรสัตว์มีสิ่งมีชีวิตมากมายหลายชนิด นักชีววิทยาจึงศึกษาสิ่งมีชีวิตต่างๆ อย่างละเอียดเพื่อจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตนั้นออกเป็นพวกๆ เพื่อง่ายต่อการศึกษาและค้นคว้า รวมถึงการศึกษาโทษและประโยชน์ของสิ่งมีชีวิตนั้นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

เกณฑ์การจำแนกสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรสัตว์มีดังนี้

๑. สมมาตรของร่างกาย จะแบ่งออกแป็น ๕ ลักษณะ

๑. asymmetry คือ สัตว์ที่ไม่มีสมมาตร รูปร่างไม่คงที่แน่นอน เช่น ฟองน้ำ
๒. radial symmetry คือ สัตว์ที่สมมาตรแบบรัศมี สามารถตัดผ่านสมมาตรได้หลายครั้ง
๓. bilateral symmetry คือ สัตว์ที่สมมาตรแบบ สองซีกเท่ากัน เพียงแค่ระนาบ ซ้ายขวา เช่น คน
๔.
biradial symmetry เช่น ดอกไม้ทะเล
๕. spherical symmetry คือ สัตว์ที่สมมาตรแบบทรงกลม สมาตรตัดผ่านสมมาตรได้หลายทิศทาง

๒.คือการพิจารณาจำนวนชั้นเนื้อของตัวอ่อน (germ layers)

๒.๑. สัตว์จำพวกที่มีเนื้อสองชั้น
๒.๑.๑. เนื้อชั้นนอก ( ectoderm ) ซึ่งมีสีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์
๒.๑.๒. เนื้อชั้นใน (endoderm) ซึ่งมีสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์
ระหว่างเนื้อชั้นนอกและชั้นในอาจมีวุ้นคั่นอยู่ตรงกลาง สัตว์จำพวกเนื้อสองชั้นได้แก่ ฟองน้ำ เป็นต้น เรียกสัตว์จำพวกนี้ว่า
diploblastica

๒.๒. สัตว์ที่มีเนื้อสามชั้น
๒.๒.๑. ectoderm เนื้อชั้นนอก
๒.๒.๒. mesoderm เนื้อชั้นกลาง ซึ่งมีสีแดงเป็นสัญลักษณ์
๒.๒.๓. endoderm เนื้อชั้นใน
เรียกสัตว์จำพวกมีเนื้อสามชั้นว่า triploblastica ซึ่งเริ่มพบในหนอนตัวแบน

๒.๓. เนื้อของตัวอ่อน จะกลายเป็นอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
Ectoderm จะกลายเป็นระบบประสาท ผิวหนังชั้นนอก
Mesoderm จะกลายป็นกล้ามเนื้อ กระดูก เอ็น ระบบเลือด ระบบขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์
Endoderm จะกลายป็น ระบบย่อยอาหาร ท่อหายใจ เป็นต้น

๓.เกณฑ์ต่อมาคือ ช่องลำตัว (coelom)
ช่องลำตัวจะทำให้อวัยวะทำงานได้ดีขึ้น ขยับขยายได้สะดวกขึ้น
๓.๑. ไม่ใช่ช่องลำตัว (acoelomate)
๓.๒. ช่องลำตัวเทียม ( pseudocoelom) เป็นช่องระหว่าง endoderm และ mesoderm
๓.๓. ช่องลำตัวแท้จริง (true coelom) พบในสัตว์ที่มีเนื้อสามชั้น อยู่ระหว่าง mesoderm และ mesoderm ที่แยชั้นกันเอง

๔.ระบบประสาท
ระบบประสาท พัฒนามาจาก ectoderm ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการเคลื่อนไหว ควบคุมการคิด วิเคราะห์ ประสาทส่วนที่แน่นทึบ เรียกว่า ปมประสาท (nerve ganghion)

๕.ดูการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต ซึ่งแบ่งเป็น
๕.๑. ขยับตัวได้ แต่ไม่เคลื่อนที่ เช่น ปะการัง เพรียงหิน (sessile form)
๕.๒.เคลื่อนไหวและเคลื่อนที่ (mobile form)

๖.ระบบย่อยอาหาร (digestive system) ซึ่งมีหลายมุมมอง
มุมมองที่ ๑
๖.๑.๑. ย่อยอาหารในเซลล์ (intracellular digestion)
๖.๑.๒. การย่อยอาหารภายนอกเซลล์ (extracellular digestion)
มุมมองที่ ๒
๖.๒.๑. สัตว์ที่ไม่มีทางเดินอาหาร ดูดซึมอาหารเข้าทางผิวหนัง
.๒.๒. สัตว์ที่มีทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์ มีปากไม่มีทวารหนัก กินทางปากแล้วถ่ายทางปาก
.๒.๓. สัตว์ที่มีทางเดินอาหารสมบูรณ์ (มีช่องเปิด ๒ ช่อง) มีทั้งปาก และทวารหนัก ไม่ออกไปทางเดียวกัน

๗.ดูจากระบบทางเดินหายใจ (respiratory system)
แลกเปลี่ยนแก็สออกซิเจนกับคาร์บอนไดออกไซด์ จึงเน้นการดูโครงสร้างแลกเปลี่ยนแก็ส เช่น ท่อลม เหงือก ผิวหนัง ปอด เป็นต้น

๘.ระบบหมุนเวียนลำเลียงสาร
๘.๑. สัตว์ไม่มีเลือด ออกซิเจนสามารถแพร่ผ่านเข้าไปในตัวเลย ซึ่งสัตว์ประเภทนี้ จะได้ออกซิเจนไม่เท่ากัน คือ เซลที่อยู่ลึกหรือ กลางลำตัวจะได้รับออกซิเจนน้อยกว่าด้านนอก
๘.๒. สัตว์ที่มีเลือดระบบปิด (close blood circulation) คือ สัตว์จำพวกที่มีเลือดไหลเป็นวงจร ผ่านหัวใจและหลอดเลือดตลอดเวลา หลอดเลือดที่นำเลือดออกจากหัวใจ เรียกว่า หลอดเลือด อาร์เทอร์รี่ ส่วนหลอดเลือดที่นำเลือดเข้าสู่หัวใจ เรียกว่าหลอดเลือด เวนน์
๘.๓. สัตว์ที่มีเลือดระบบเปิดคือ สัตว์ที่ไม่มีหลอดเลือดแตกแขนงไปทั่วร่างกาย แต่จะเป็นการไหลเวียนเลือดไปทั่วร่างกาย

๙.ดูจากระบบขับถ่าย (excretory system)
การขับถ่ายเป็นการขับของเสียออกจากร่างกาย หลังกระบวนการ metabolism คือ การขับน้ำปัสสาวะ เหงื่อ และลมหายใจออก ซึ่งการขับอุจจาระนั้นไม่ถือว่าเป็นการขับถ่าย เนื่องจากอุจจาระเพียงแค่การขับกากอาหารออกจากร่างกายเท่านั้น

o. ระบบสืบพันธุ์ (reproduction)
o.๑. มีอัณฑะ(testis)และรังไข่(ovary)ในตัวเดียวกัน (monoecious animal) เป็นกระเทยอย่างแท้จริง (hermaphrodite) ซึ่งอาจผสมในตัวเดียวกัน (self fertilization) หรือผสมข้ามตัว (cross fertilization) เนื่องจากผลิตไข่และอัณฑะไม่พร้อมกัน
o.๒. สัตว์ที่แยกเพศ (dioecious animal) ต้องผสมข้ามตัวเสมอ