2007/Aug/23

การเจริญเติบโตและพัฒนาการทางเพศ
พัฒนาการทางเพศของมนุษย์นับเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจและทัศนคติที่ถูกต้องเพื่อช่วยให้มีพัฒนาการ ทางเพศที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของสังคม

ความหมายของพัฒนาการทางเพศ
พัฒนาการทางเพศ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงในส่วนที่เกี่ยวกับแรงผลักดันทางเพศ บทบาททางเพศ และ พฤติกรรมทางเพศ ตั้งแต่วัยทารกจนถึงวัยชรา ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ ลักษณะประจำตัวของบุคคลนั้น อิทธิพลของสิ่งแวดล้อม และประสบการณ์

พัฒนาการทางเพศในวัยรุ่น
1.วัยรุ่นตอนต้น(อายุ 12-15 ปี)
ระยะนี้เด็กจะมีความสัมพันธ์กับสังคม วัฒนธรรม และชีววิทยาของร่างกาย เด็กจะเข้าสู่วัยแตกสาวและมีพัฒนาการทางร่างกาย ตลอดจนมีพัฒนาการเกี่ยวกับลักษณะทางเพศ และการพัฒนาเกี่ยวกับหน้าที่ทางเพศเกิดขึ้นด้วย ซึ่งเพศชายและเพศหญิงมีความแตกต่างกัน กล่าวคือ เมื่อเด็กชายย่างเข้าสู่วัยรุ่นหรืออายุราว 14 ปี อัณฑะซึ่งเป็นต่อมเพศของชายจะได้รับการกระตุ้นจากต่อมใต้สมองให้ทำหน้าที่ผลิตเซลล์สืบพันธุ์ และผลิตฮอร์โมนเพศชาย คือ ฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน อันเป็นฮอร์โมนที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางเพศ ทั้งลักษณะทางเพศขั้นที่ 1 คือ อวัยวะในระบบสืบพันธุ์มีการเจริญเติบโต มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น องคชาต ต่อมลูกหมาก รวมทั้งอัณฑะเริ่มมีการผลิตน้ำกามจากต่อมลูกหมาก ถุงน้ำกาม และต่อมขับน้ำเมือกเริ่มมีการผลิตอสุจิจากอัณฑะจนทำให้เกิดการเคลื่อนของน้ำอสุจิออกมาภายนอกร่างกายในขณะหลับที่เรียกว่าฝันเปียกและยังส่งผลไปถึง พัฒนาการของลักษณะทางเพศขั้นที่ 2 เช่น เสียงแตก นทขึ้นพาน มีหนวด มีเครา มีขนขึ้นตามร่างกายและอวัยวะสืบพันธ ุ์
ส่วนเด็กหญิงที่ย่างเข้าสู่วัยรุ่น รังไข่ซึ่งเป็นต่อมเพศของหญิงก็เริ่มทำงานในเวลาใกล้เคียงกับเด็กชาย โดยต่อมใต้สมองจะส่งฮอร์โมนมากระตุ้นการทำงานของรังไข่ให้สร้างเซลล์สืบพันธุ์ และผลิตฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดนี้ก็จะทำหน้าที่ควบคุมพัฒนาการของลักษณะทางเพศขั้นที่ 1 คือมีการสุกของไข่และการมีประจำเดือน และพัฒนาการของลักษณะทางเพศขั้นที่ 2 เช่น เต้านมโตขึ้น มีไขมัน บริเวณสะโพก ผิวหน้าที่แต่งตึง มีขนตามตัวน้อยลง เป็นต้น
การพัฒนาที่สำคัญของเด็กผู้ชายในวัยนี้ คือ สามารถหลั่งน้ำกามได้และ สิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสุขทางเพศของเขา ภายในเวลา 2 ปีของระยะแตกหนุ่ม เด็กผู้ชายส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์เกี่ยวกับความสุขสุดยอดทางเพศ และประสบการณ์นี้ทำให้เกิดการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ซึ่งจะเกิดบ่อยและสม่ำเสมอในวัยนี้จนถึงปลายวัยรุ่น นอกจากการสำเร็จความใคร่ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำตามลำพัง ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใดในสังคม เขายังอาจมีกิจกรรมทางเพศกับเพศตรงข้ามด้วย ทั้ง ๆ ที่เขายังเกี่ยวข้องกับเพศเดียวกันอย่างมาก
สำหรับผู้หญิงในวัยนี้พัฒนาการที่สำคัญ คือ การมีประจำเดือน แต่เป็นสิ่งที่เด็กผู้หญิงไม่ชอบ การที่เลือดออกมาเป็นระยะ ๆ ทำให้ความข้องใจเกี่ยวกับอวัยวะเพศของตนเองมากขึ้น ทั้งยังเป็นเครื่องบอกว่าเขาจะตั้งครรภ์ได้ถ้ามีการร่วมเพศ เพราะฉะนั้นเด็กผู้หญิงส่วนใหญ๋ในวัยนี้จะหลีกเลี่ยงการสำรวจอวัยวะเพศของตนเอง และสำเร็จความใคร่จนถึงจุดสุดยอดทางเพศน้อยมาก หรือ อาจกระทำโดยบังเอิญเพียงครั้งเดียวไม่บ่อยหรือสม่ำเสมอเหมือนผู้ชาย แต่อย่างไรก็ตามสังคมของเขาก็เหมือนผู้ชาย คือ สมาคมในหมู่เพื่อนเพศเดียวกัน
พฤติกรรมทางเพศ เช่น การกอดจูบ การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง หรือ การร่วมเพศกับเพศตรงข้ามวัยนี้จะไม่ค่อยมี แต่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อมี
ความวิตกกังวลหรือรู้สึกผิด


2.วัยรุ่นตอนปลาย ( อายุ 16 18 ปี )
เป็นระยะที่มีการพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง และพยายาม จะออกจากความปกครองของผู้ใหญ่ เป็นระยะที่ทั้ง 2 เพศมีความใกล้ชิดกันในสังคมมากขึ้น เช่นมีการเรียนร่วมกันในโรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัย สำหรับผู้ชายการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองก็ยังมีอยู่ และรักร่วมเพศก็ยังเห็นได้ชัดในคนทุกระดับสังคม กิจกรรมทางเพศส่วนใหญ่ของเด็กหนุ่มในวัยนี้คือ การกอดจูบลูบคลำกันมากกว่าจะมีการร่วมเพศ ยกเว้นในคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจต่ำหรือพวกกรรมกรส่วนใหญ่จะมีกิจกรรมการร่วมเพศเร็วกว่า เด็กหนุ่มบางคมอาจมีการร่วมเพศเร็วถ้าอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่มีความสนใจในด้านนี้มาก หรือมีนัดระหว่างชายหญิงบ่อย แต่ความสัมพันธ์จะเป็นไปไม่นานและมักจะไม่ดำเนินไปถึงขั้นแต่งงานกัน เพราะเขายังมีความคิดว่าผู้หญิงทีมีการร่วมเพศก่อนการแต่งงานไม่ใช่ผู้หญิงที่ดี การร่วมเพศครั้งแรกของเด็กหนุ่มวัยนี้มักจะร่วมกับโสเภณีหรือหญิงที่สำส่อนทางเพศ จากการศึกษาพบว่า ในปัจจุบันนี้เด็กสาววัยนี้มีประสบการณ์การร่วมเพศสูงกว่าเมื่อก่อน ในขณะที่เด็กหนุ่มวัยเดียวกันมีประสบการณ์น้อยลง
การที่หนุ่มสาวในวัยนี้เริ่มมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเพศตรงข้ามจะทำให้เกิดความขัดแย้งภายในจิตใจ ปัญหานี้มีความสำคัญสำหรับเด็กสาวมากกว่าเด็กหนุ่ม เพราะ พ่อแม่จะเคร่งครัดในเรื่องนี้มากกว่า ตัวเด็กเองก็จะรู้สึกสับสนว่าควรวางตัวอย่างไรเพราะในขณะที่ร่างกายกำลังอยู่ในวัยสวยงามและดึงดูดใจเพศตรงข้าม เขากลับจะต้องพยายามไม่แสดงลักษณะเด่นออกมา ทั้งการที่เขาไปมีความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม ยังทำให้เขาเหินห่างจากพ่อแม่และเพื่อนเพศเดียวกัน ซึ่งเขายังพอใจจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันต่อไปอีกด้วย สำหรับเด็กผู้ชายปัญหาเหล่านี้ดูจะมีความสำคัญน้อย เพราะทางครอบครัวมักให้เสรีภาพในเรื่องเพศมากกว่าเด็กผู้หญิง และลักษณะทางอารมณ์ของเด็กผู้ชายหนักแน่นกว่าเด็กผู้หญิงอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มบางคนก็อาจถูกผลักดันให้มีกิจกรรมทางเพศมากจนเกินไปจากทางครอบครัวหรือเพื่อน โดยเฉพาะถ้าเขามีอายุมากกว่าในเพื่อนในกลุ่ม


5.วัยหนุ่มสาว ( อายุ 18 23 ปี )
เป็นระยะก่อนแต่งงาน ระยะนี้เขาจะคิดถึงความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามและเรื่องเพศของตนมากที่สุด สถานะเกี่ยวกับเพศของเขาเริ่มมีความเกี่ยวข้องกบสังคมและกฎหมาย โดยมีการแสดงออกอย่างเปิดเผยและมีการแต่งงานตามกฎหมาย การร่วมเพศก่อนแต่งงานอาจเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ แต่ความผูกพันทาจิตใจของผู้ชายต่อคู่ร่วมเพศจะน้อยกว่าผู้หญิง ในระยะนี้ความสัมพันธ์ทางเพศของผู้ชายจะมาก แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีความรู้สึกจริงใจต่อคู่ร่วมเพศขณะแต่งงานกัน และการที่เขามีความสัมพันธ์ทางเพศมากก็อาจทำให้เกิดปัญหาทางเพศ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสมรรถภาพ เช่น กามตายด้าน การหลั่งน้ำกามเร็ว ความวิตกกังวลเรื่องขนาดขององคชาต และอื่น ๆ นอกจากนั้นอาจมีความขัดแย้งภายในจิตใจเกี่ยวกับผู้หญิงที่เขาจะเลือกเป็นคู่ครองว่าคนไหนดีคนไหนไม่ดีอีกด้วย ยิ่งถ้าเขามีปัญหาการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองมาก่อนก็จะทำให้มีปัญหาทางเพศมากขึ้น สำหรับผู้หญิงที่เป็นคู่ร่วมเพศ เมื่อเธอมีความมั่นใจในความสัมพันธ์กับผู้ชายมากขึ้น เธอจะเริ่มคิดถึงการมีความสุขทางเพศ และสิ่งนี้จะสร้างปัญหาให้กับผู้ชายหลาย ๆ คน คือ เขากังวลว่าจะทำให้ฝ่ายหญิงมีความสุขทางเพศได้อย่างไร ในผู้หญิงการมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนสมรสจะทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และเกี่ยวกับชื่อเสียงของตนเองด้วย โดยเฉพาะถ้าความสัมพันธ์นั้นจะดำเนินไปไม่ถึงการแต่งงาน